การสังเกตคำบาลี-สันสกฤตและคำเขมร

 

วิธีสังเกตคำบาลีสันสกฤตในไทย

            ภาษาสันสกฤต เข้ามาในไทยทางศาสนาพราหมณ์เดิมไทยนับถือศาสนาพราหมณ์ ไทยจึงรับภาษาสันสกฤตเข้ามาซึ่งถือว่าเป็นศัพท์สูงและภาษาไพเราะ ตามหน่วยงาน สถาบันต่าง ๆ จึงนิยมใช้ภาษาสันสกฤตกันมาก เช่น คำว่า ธรรมศาสตร์ ศิลปากร ปรัชญา ศาสดา ครุฑ เกษตร แพทย์  เป็นต้น
          ภาษาบาลี เข้ามาในไทยทางศาสนาพุทธ เมื่อไทยเปลี่ยนจากนับถือศาสนาพราหมณ์ ไทยนับถือศาสนาพุทธซึ่งใช้ภาษาบาลี ไทยจึงรับเอาภาษาบาลีเข้ามา เช่น คำว่า จุฬา อัจฉริยะ
ปัจจุบัน กีฬา ปัญญา บุญ บุปผา เป็นต้น

วิธีสังเกตคำบาลี

  1. 1.      สังเกตจากพยัญชนะตัวสะกดและตัวตาม

ตัวสะกด คือ พยัญชนะที่ประกอบอยู่ข้างท้ายสระประสมกับสระและพยัญชนะต้น
เช่น    ทุกข์  =  ตัวสะกด
                ตัวตาม คือ ตัวที่ตามหลังตัวสะกด เช่น  สัตย  สัจจ  ทุกข  เป็นต้น  คำในภาษาบาลี
จะต้องมีสะกดและตัวตามเสมอ โดยดูจากพยัญชนะบาลี มี 33 ตัว แบ่งออกเป็นวรรคดังนี้
                            


แถวที่

1

2

3

4

5

วรรค กะ

วรรค จะ

วรรค ฏะ

วรรค ตะ

วรรค ปะ

เศษวรรค

 ย  ร  ล  ว  ส  ห  ฬ  อัง

มีหลักสังเกตดังนี้

  1. ก.      พยัญชนะตัวที่ 1 , 3 , 5 เป็นตัวสะกดได้เท่านั้น (ต้องอยู่ในวรรคเดียวกัน)
  2. ข.      ถ้าพยัญชนะตัวที่ 1 สะกด ตัวที่ 1 หรือตัวที่ 2 เป็นตัวตามได้ เช่น สักกะ ทุกข สัจจ

ปัจฉิม  สัตต   หัตถ  บุปผา เป็นต้น

  1. ค.      ถ้าพยัญชนะตัวที่ 3  สะกด ตัวที่ 3 หรือ 4 เป็นตัวตามได้ในวรรคเดียวกัน  เช่น

อัคคี   พยัคฆ์  วิชชา  อัชฌา  พุทธ  คพภ  (ครรภ์)
          ง. ถ้าพยัญชนะตัวที่  5  สะกด  ทุกตัวในวรรคเดียวกันตามได้ เช่น องค์ สังข์ องค์ สงฆ์
สัมปทาน  สัมผัส  สัมพันธ์  สมภาร  เป็นต้น
จ. พยัญชนะบาลี  ตัวสะกดตัวตามจะอยู่ในวรรคเดียวกันเท่านั้นจะข้ามไปวรรคอื่นไม่ได้
2. สังเกตจากพยัญชนะ “ฬ”  จะมีใช้ในภาษาบาลีในไทยเท่านั้น เช่น จุฬา ครุฬ
อาสาฬห์  วิฬาร์  โอฬาร์  พาฬ  เป็นต้น
          3. สังเกตจากตัวตามในภาษาบาลี จะมาเป็นตัวสะกดในภาษาไทยโดยเฉพาะวรรค ฎ และวรรคอื่น ๆ บางตัว จะตัดตัวสะกดออกเหลือแต่ตัวตามเมื่อนำมาใช้ในภาษาไทย  เช่น
          บาลี              ไทย              บาลี              ไทย
          รัฎฐ              รัฐ                อัฎฐิ              อัฐิ
          ทิฎฐิ              ทิฐิ                วัฑฒนะ          วัฒนะ
          ปุญญ            บุญ               วิชชา             วิชา
          สัตต              สัต                เวชช             เวช
          กิจจ              กิจ                เขตต             เขต
          นิสสิต            นิสิต              นิสสัย            นิสัย
          ยกเว้นคำโบราณที่นำมาใช้แล้วไม่ตัดรูปคำซ้ำออก เช่น ศัพท์ทางศาสนา ได้แก่ วิปัสสนา จิตตวิสุทธิ์   กิจจะลักษณะ  เป็น

วิธีสังเกตคำสันสกฤต มีดังนี้

  1. 1.      พยัญชนะสันกฤต มี 35 ตัว คือ พยัญชนะบาลี 33 ตัว  + 2 ตัว  คือ ศ, ษ 

ฉะนั้นจึงสังเกตจากตัว ศ, ษ  มักจะเป็นภาษาสันสกฤต เช่น กษัตริย์ ศึกษา เกษียร พฤกษ์ ศีรษะ เป็นต้น  ยกเว้นคำไทยบางคำที่ใช้เขียนด้วยพยัญชนะทั้ง 2 ตัวนี้ เช่น  ศอก  ศึก  ศอ  เศร้า  ศก ดาษ  กระดาษ  ฝรั่งเศส  ฝีดาษ  ฯลฯ
2. ไม่มีหลักการสะกดแน่นอน  ภาษาสันสกฤต ตัวสะกดตัวตามจะอยู่ข้ามวรรคกันได้
ไม่กำหนดตายตัว เช่น  อัปสร  เกษตร  ปรัชญา  อักษร เป็นต้น
3. สังเกตจากสระ สระในภาษาบาลี มี  8  ตัว  คือ  อะ  อา  อิ  อี  อุ  อู  เอ  โอ  
ส่วนสันสกฤต คือ สระภาษาบาลี  8 ตัว +  เพิ่มอีก 6  ตัว  คือ สระ ฤ  ฤา ภ ภา   ไอ  เอา 
ถ้ามีสระเหล่านี้อยู่และสะกดไม่ตรงตามมาตราจะเป็นภาษาสันสกฤต เช่น ตฤณมัย ไอศวรรย์
เสาร์  ไปรษณีย์  ฤาษี  คฤหาสน์ เป็นต้น
4.สังเกตจากพยัญชนะควบกล้ำ ภาษาสันสกฤตมักจะมีคำควบกล้ำข้างท้าย เช่น
จักร  อัคร  บุตร  สตรี  ศาสตร์  อาทิตย์  จันทร์ เป็นต้น
5.สังเกตจากคำที่มีคำว่า “เคราะห์” มักจะเป็นภาษาสันสกฤต เช่น เคราะห์ พิเคราะห์
สังเคราะห์  อนุเคราะห์  เป็นต้น
6. สังเกตจากคำที่มี  “ฑ”  อยู่  เช่น จุฑา กรีฑา ครุฑ มณเทียร จัณฑาล เป็นต้น
7 .สังเกตจากคำที่มี  “รร”  อยู่ เช่น สรรค์  ธรรม์  วรรณ บรรพต ภรรยา บรรณารักษ์
มรรยาท กรรม ทรรศนะ สรรพ เป็นต้น

 

คำเขมร


          ภาษาเขมรเข้าสู่ภาษาไทยโดยทางการค้า การสงคราม การเมือง และวัฒนธรรม  ภาษาเขมรมีลักษณะเป็นคำโดดอยู่ในตระกูลมอญ-เขมร  มีการสร้างคำโดยการเติมอุปสรรค คือเพิ่มพยางค์ประกอบหน้าศัพท์และการเติมหน่วยกลางศัพท์
การสังเกตคำเขมร
ลักษณะอุปนิสัยคนเขมร

  1. 1.      คนเขมรชอบ จาน หญิง  ลิง  เรือ เสือ
  2. 2.      คนเขมรชอบควบ
  3. 3.      คนเขมรชอบนำ
  4. 4.      คนเขมรชอบอำ
  5. 5.      คนเขมรชอบระบำ
  6. 1.      คำที่มาจากภาษาเขมรส่วนมากมักสะกดด้วย : จ ญ ล ร ส

จ : อำนาจ เผด็จ  เสร็จ  ตำรวจ          ญ : เพ็ญ  ผจญ  เจริญ  สำราญ  ชำนาญ  ครวญ
ล : กังวล  ถกล  ดล  ดาล  กำนัล ตำบล   ร : ขจร  อร  ตระการ ควร กำธร
ส : ดำรัส  จรัส ตรัส  ดาบส

  1. 2.      คำเขมรมักควบกล้ำ เช่น

กรวด  กระบือ  เกลอ  ขลาด  กระแส  กระโปรง  กระทรวง  กระเพาะ  กระจอก  เพลา  คลัง  เพลิง  ผลาญ  ประชุม   ประเดิม  ประกายพรึก

  1. 3.      คำเขมรมักใช้อักษรนำ  เช่น

ขยม (ข้าพเจ้า)  โขมด  เขม่า  ขนอง  เสวย  เขนย  จมูก  ถวาย  ฉนำ (ปี)  เฉลียง  ฉงาย  ขนุน  ขยำ จรวด  ฉงน  ฉลอง  ฉลาด เฉลียว  ฉบับ  สนิม  สนุก  โตนด  ขนง  ฉนวน ถนน  สนาน

  1. 4.      คำเขมรมักขึ้นต้นด้วย “อำ” : กำ  คำ  จำ  ดำ  ตำ  ทำ  สำ  อำ

กำหนด   กำเนิด  คำรบ  จำแนก  จำหน่าย  ชำนาญ ชำรุด  ดำเนิน   ดำรง  ดำริ  ดำรัส  ตำรวจ  ตำรา  ทำนบ  ทำเนียบ  สำราญ  อำนวย  กำจัด

  1. 5.      คำเขมรขึ้นต้น บำ  บัง  บัน  บรร

บำเพ็ญ  บำนาญ  บำเหน็จ  บำบัด  บำเรอ 
บังควร  บังอาจ  บังคม  บังเกิด 
บันทึก  บันเทิง  บันดาล  บันได  บรรทุก  บรรจุ 
บรรจง   บรรจบ  บรรทัด  บรรเทา

  1. 6.      คำเขมรที่เป็นคำโดดมักใช้ในการแต่งคำประพันธ์มีลักษณะเป็นคำศัพท์ที่ต้องแปลความก่อนจึงจะเข้าใจความหมาย

แข   -  ดวงจันทร์ , เพ็ญ  - เต็ม  , ศก        - ผม , ศอ -  คอ , เรียม - พี่  ฉัน , เฉนียน – ฝั่งน้ำ