การใช้ภาษาผิด

             การใช้ภาษาผิด หมายถึง การใช้ภาษาผิดหลักไวยกรณ์ หรือผิดความหมายที่ต้องการ  ซึ่งถ้าพิจารณากันตั้งแต่ระดับคำ กลุ่มคำจนถึงประโยค  การใช้คำต้องระมัดระวังเรื่อง คำที่มีความหมายแฝง, คำที่มีเสียงคล้ายคลึงกัน,  คำที่มีเสียงคล้ายคลึงกัน และ พวกคำไวยกรณ์ทั้งหลาย  ได้แก่  คำบุพบท, สันธาน, ลักษณนาม  เหล่านี้ ถ้าเราไม่ระมัดระวังอาจใช้ผิดได้ ตัวอย่างข้อความจากหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ เช่น หนังสือพิมพ์ลงข่าวว่า  “ นักเรียนไทย ชื่อกระฉ่อน ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 10 ของนักเรียนชั้นเยี่ยมในสหรัฐอเมริกา”          คำว่า “กระฉ่อน” หมายถึงอื้อฉาว แพร่สนั่นไป อึงไปทั่ว เป็นแพร่ไปในเรื่องที่ไม่ดี อย่างกรณีตัวอย่างนี้เป็นเรื่องที่ดี ควรแก่การยกย่องต้องใช้ว่า “มีชื่อเสียง, ทำชื่อเสียง” จะเหมาะกว่า

          อีกตัวอย่างพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์  “ฆาตกรโหดยังลิ้นแข็ง ให้การปฏิเสธ”   คำว่า “ลิ้นแข็ง” ปรกติหมายถึงการที่คนเราไม่สามารถออกเสียงภาษาต่างประเทศได้ใกล้เคียงกับเจ้าของภาษา เปรียบเหมือนกับลิ้นที่แข็ง ผู้พูดจึงไม่อาจดัดแปลงลักษณะของลิ้นที่ใช้ในการเปล่งเสียงให้เป็นไปตามลักษณะที่ต้องการได้  ควรใช้คำว่า ปากแข็ง ดีกว่าหมายความว่า ไม่ยอมรับผิด  ยืนยันปฏิเสธความผิด
          ตัวอย่างต่อไป  “ตำรวจรัวกระสุนใส่ผู้ร้ายหนึ่งนัด” ตัวอย่างนี้ผิดตรงที่    คำว่า “รัว” หมายถึงทำอาการซ้ำ ๆ ถี่ ๆ  ถ้ามากกว่า 1 นัด ประโยคนี้ใช้ได้ แต่ถ้านัดเดียวใช้  “ยิง” ก็พอ ถ้าหลายนัดจึงใช้คำว่า “รัว” ได้ไม่ควรใช้กับ 1 นัด

          ตัวอย่างต่อไป จะเป็นใช้คำผิดความหมายเพราะเสียงของคำคล้ายคลึงกัน คือ  “หลังจากที่คุณอธิบาย ผมเข้าใจโจ่งแจ้งแล้วครับ” โจ่งแจ้ง หมายถึง เปิดเผย, ไม่ปิดบัง เช่น พูดอย่างโจ่งแจ้ง ทำท่าทางให้เห็นอย่างโจ่งแจ้ง ในที่นี้ ควรใช้ว่า แจ่มแจ้ง

          จะเห็นได้ว่าแม้ว่า “คำ” เป็นปัจจัยสำคัญของภาษาจริง  แต่ปัญหามักอยู่ตรงที่ว่าเมื่อเรานำคำมาใช้ บางครั้งสื่อความหมายไม่ตรงตามที่เราต้องการบ้าง บางครั้งก็ใช้คำผิดความหมายไปเลยก็มี  ดังนั้นการนำคำมาใช้ต้องมีความรู้เกี่ยวกับความหมายของคำ หลายครั้งที่มักจะเราเห็นการใช้คำที่ผิด ๆ บางครั้งผิดจนกลายเป็นถูก และเกิดความไม่แน่ใจว่า อะไรคือถูกและอะไรคือผิด  เช่น คำว่า  “ราด กับ ลาด” เคยเห็นร้านขายก๋วยเตี๋ยวเขียนป้ายติดหน้าร้านว่า “ก๋วยเตี๋ยวราดหน้า” บ้าง “ลาดหน้า” บ้าง  ร้านขายก๋วยเตี๋ยวมักจะเห็นเขียนไว้อย่างนั้นจริง ๆ  สิ่งที่จะช่วยให้เราเกิดความมั่นใจได้ ก็คือพจนานุกรม  เพราะเป็นหนังสือที่อ้างอิงที่ถูกต้องที่สุดที่จะอธิบายความหมายของคำได้ ในพจนานุกรมให้ความหมายของคำว่า “ราด” ว่า ถ้าเป็นคำกริยา มีความหมายว่า “เทของเหลว ๆ  เช่นน้ำให้กระจายแผ่ไป หรือเพรื่อเรี่ยรายไปทั่ว"     
          ส่วนคำว่า “ลาด” ถ้าเป็นคำกริยามีความหมายว่า  “ปูแผ่ออกไป เช่น ลาดพรม,  ถนนลาดยาง, เดินตรวจ (ลาดตระเวณ)  ถ้าเป็นคำวิเศษณ์ มีความหมายว่า  “แผ่แบนลงไป ต่ำลงทีละน้อย ไม่ชัน”  เพราะฉะนั้นการใช้คำนี้กับก๋วยเตี๋ยวจึงต้องใช้ว่า  “ก๋วยเตี๋ยวราดหน้า” แน่นอน ตัวอย่างข้อความที่ใช้คำว่า  “ราด และ  “ลาด
         circle21_blue.gif “ที่แถวบ้านดิฉัน มีร้านขายข้าวราดหน้าอยู่ร้านหนึ่ง  อร่อยมาก แต่ถนนที่ผ่านร้านนั้น ยังไม่ลาดยาง ยังเป็นลูกรังอยู่  เวลาฝนตกทีไรน้ำจะท่วมขัง เฉอะแฉะ เพราะที่ตรงนั้นมันลาดต่ำ  ถ้าหน้าแล้งชาวบ้านต้องคอยตักน้ำราดตลอดเวลา เพราะฝุ่นเยอะ”  
          ข้อความนี้ใช้ คำว่า  “ราด”  กับ “ลาด” ถูกต้องทุกประการ
         คำอีก 2 คำที่เรามักจะใช้ผิดบ่อย ๆ คือ คำว่า  "ถูก" กับ  "ได้รับ"  สองคำนี้เป็นกริยาช่วย เราจะใช้ในประโยคที่ ต้องการเน้นผู้ถูกกระทำอาการ เอาผู้ถูกกระทำอาการมาวางไว้หน้าประโยค ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค   เช่น
          circle21_blue.gif  "เขาถูกเชิญไปให้การที่ศาล"   คือ ศาลหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญเขาไป
          circle21_blue.gif "ฉันได้รับเชิญเป็นงานมงคลสมรส" คือ เจ้าภาพหรือ เจ้าบ่าวเจ้าสาว เป็นผู้เชิญฉันไป
          การจะใช้คำว่า "ถูก" มาช่วย กริยาที่มีความหมายในทางลบ  เช่น ถูกดุ,  ถูกตำหนิ, ถูกลงโทษ,  ถูกนินทาว่าร้าย   ส่วนคำว่า "ได้รับ"  ในความหมายที่ดี  เช่น ได้รับเชิญ  ได้รับเกียรติให้เป็นประธาน  ได้รับรางวัล ได้คำชมเชย  เป็นต้น
          หลายครั้งที่มักจะเคยได้ยินการใช้คำนี้ไม่ถูกต้อง เช่นใช้ว่า “ถูกเชิญไปเป็นเกียรติ,  ถูกยกย่องว่าเป็นผู้มีคุณธรรม” อะไรอย่างนี้  อาจเป็นเพราะเราไม่ค่อยระวังทำให้เผลอใช้ผิดได้  ถ้าเราเผอเรอไปบ้างก็พอจะอภัยให้ได้ แต่ถ้าบ่อยครั้งควรจะแก้ไขใช้ให้ถูกต้อง
          การใช้คำว่า "เผอเรอ"  ไม่ใช่ "เผลอเรอ" ก็มักเป็นคำที่ใช้กันผิด และเวลาเราใช้คำนี้ มักจะมีคนทักท้วงเสมอว่า “เอ๊ะ เราใช้ผิดหรือเปล่า” ตามความหมายในพจนานุกรม  "เผอเรอ" มีความหมายว่า เลินเล่อ ไม่รอบคอบ สุรุ่ยสุร่าย เช่น  "การทำงานที่เกี่ยวกับการเงินต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบมาก จะทำเผอเรอ  ให้ผิดพลาดไม่ได้" หรือตัวอย่างประโยค  "คนทุกคนไม่ควรใช้จ่ายให้เผอเรอ ยุคนี้เป็นยุคที่ต้องประหยัด"        ส่วนคำว่า "เผลอ" มีความหมายว่า หลงลืม ไม่ระวังตัว  คำ  "เผอเรอ"  บ่งบอกถึงความหลงลืมหรือไม่ระมัดระวังตัวอย่างมาก จนถึงขั้นเลินเล่อ ไม่รอบคอบ หรือขาดความระมัดระวังตัวไปเลย จึงควรใช้คำนี้อย่างระมัดระวัง  อย่าใช้ เผลอ แทน เผอเรอ หรือ ใช้ เผอเรอ แทน เผลอ หรือไปใช้ผิดเป็น เผอเรอ (ออกมาเพราะกิน,  อิ่มมาก)
        คาถาที่ดีที่สุดก็คือ  “ไม่แน่ใจเปิดพจนานุกรม”  เสียงที่พูดหรือภาษาที่ใช้ในการถ่ายทอดข่าวสารการประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ เผยแพร่ออกไปทั่วทั้งจังหวัดก็ควรจะใช้ให้ถูกต้องเป็นแบบอย่างที่ดี  เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็พยายามระมัดระวังกันอย่างเต็มที่อยู่แล้ว   แต่บางครั้ง อาจจะเผอเรอไปบ้าง

          คำว่า "เผยแพร่" เป็นอีกคำที่มักจะใช้กันผิดอยู่เสมอ เช่น ใช้ว่า "เผยแพร่ศาสนา" ที่ถูกต้อง ต้องใช้ว่า  "เผยแผ่ศาสนา" มักใช้สับสนกับคำว่า "เผยแพร่" มีความหมายว่า การโฆษณาให้แพร่หลาย สิ่งที่โฆษณานั้นจะดี  หรือไม่ดีก็ได้ ผู้เผยแพร่ไม่ได้คำนึงถึงผู้รับ  หวังผลประโยชน์ของตนฝ่ายเดียว เช่น การโฆษณาเผยแพร่สินค้าต่าง ๆ การเผยแพร่ชื่อเสียงของบริษัท การเผยแพร่ชื่อเสียงของโรงเรียน การเผยแพร่กิจกรรมการท่องเที่ยวของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  เหล่านี้ใช้ เผยแพร่ ส่วนคำว่า "เผยแผ่" คือการทำให้ขยายออกไป  หรือ การขยายออกไปด้วยการยกเอาความดีเด่นของสิ่งที่จะเผยแผ่มาทำให้ปรากฎแก่ผู้รับ ทำให้ผู้รับได้รู้ ได้ทราบในสิ่งที่ยังไม่รู้ไม่ทราบ  หรือทราบอยู่บ้างแล้ว หรือรู้อยู่บ้างแล้วจะได้รู้และทราบแจ่มแจ้งขึ้น แต่ไม่มีการบังคับให้เชื่อ หรือจำต้องรับเอาแต่ประการใด เป็นการยกเอาความดีเด่นของสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่มีอยู่ในตัวมาตีแผ่ให้ปรากฎ  เช่น  “การเผยแผ่ศาสนา” ได้แก่การเสนอความดีของศาสนาให้ปรากฏแก่ผู้รับ หรือการเผยแผ่ลัทธิ  ก็คือการเสนอให้เห็นว่าลัทธิดังกล่าวนั้นมีดีอย่างไร  

                    ที่กล่าวมาเป็นเพียงตัวอย่างการใช้คำที่ผิดความหมาย  ยังมีคำอีกมากมายที่คนไทยเราใช้อย่างผิดความหมาย   ภาษาไทยเป็นภาษาที่มีคำให้เลือกใช้มากมาย   มีวัฒนธรรมการใช้ภาษา เป็นภาษาที่มีระดับ ต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับบุคล  และกาลเทศะ  คนที่มีศิลปะในการใช้ภาษาย่อมประสบความสำเร็จในการพูดและการเขียน  เราควรระมัดระวังและควรพิถีพิถันในการเลือกสรรคำใช้ให้ถูกต้องตรงความหมาย  ให้สมกับที่เป็นคนไทย