ลิลิตตะเลงพ่าย
ตอนที่ 6
พระนเรศวรทรงตรวจเตรีมทัพ
สมเด็จพระนเรศวร ให้โหรหาฤกษ์ยามดีเพื่อเคลื่อนพลไปรบ หลวงญาณโยคโลกทีป ถวายคำพยากรณ์ทูลว่า พระองค์ได้จตุรงคโชค อาจปราบประเทศต่างๆให้แพ้สงครามได้ เชิญเสด็จเคลื่อนทัพในยามเช้า วันอาทิตย์ขึ้น ๑๑ ค่ำ ย่ำรุ่ง ๘ นาฬิกา ๓๐ นาที ในเดือนยี่ นับเป็นฤกษ์สิริมงคล ทรงสดับแล้ว ให้ตรวจทัพเตรียมเคลื่อนพลทางน้ำ มุ่งสู่ตำบลปากโมก จังหวัดอ่างทอง
สมเด็จพระนเรศวร และสมเด็จพระเอกาทศรถ สรงน้ำอบหอม แต่งพระองค์ด้วยภูษาทรงอันสวยงาม นับแต่ผ้ารัดบั้นพระองค์ มีชายไหวชายแครงสนับเพลา ทับทรวง สะอิ้ง ล้วนสวยงาม สวมข้อพระกรด้วยกำไลอ่อน พระธำมรงค์ที่สวมนิ้วพระหัตถ์ทั้ง ๘ ประดับเพชรพลอยแพรวพราวเป็นสีรุ้ง ทรงมงกุฎทองประดับเพชร ถือคันธนูเสด็จมาช้าๆ กษัตริย์ ๒ พระองค์ดุจดังพระลักษณ์พระรามราบทศกัณฐ์ และปราบศัตรูทั่วทิศ
เมื่อได้ฤกษ์ออกศึก โหรตีฆ้องดังกึกก้อง บรรดาสมณชีพราหมณ์ก็ร่ายมนตร์ตามคัทภีร์ พร้อมเป่าสังข์เป่าแตรถวาย เสียประสานกันเซ็งแซ่ จากนั้นเคลื่อนพลผ่านโขลนทวาร พระสงฆ์สวดชัยมงคลคาถาให้มีชัย และเคลื่อนทัพจนถึงตำบลปากโมก ทรงปรึกษาเหล่าขุนนางเรื่องการศึก จนล่วงเข้ายามสามก็เสด็จเข้าที่บรรทมครั้นถึงเวลา ๔ นาฬิกา พระองค์ทรงสุบิน เป็นศุภนิมิต ว่า
ทรงทอดพระเนตรเห็นน้ำไหลบ่าท่วมป่าสูง มาทางทิศตะวันตก เป็นแนวยาวสุดสายพระเนตร ขณะพระองค์ลุยกระแสน้ำอันเชี่ยวกรากนั้น มีจระเข้ใหญ่ตัวหนึ่งมาโถมปะทะ และจะกัดพระองค์ พระองค์ใช้แสงดาบที่ถือในพระหัตถ์ต่อสู้กับจระเข้ พระองค์ฟันเข้าถูกจระเข้ตาย ทันใดนั้นสายน้ำที่ท่วมป่าอยู่ก็เหือดแห้ง เมื่อตื่นบรรทม สมเด็จพระนเรศวรรับสั่งให้โหรทำนายพระสุบินนิมิตทันที เหล่าโหรพยากรณ์ว่า พระสุบินครั้งนี้ เกิดเพราะเทวดาสังหรณ์ให้ทราบเป็นนัยว่า
น้ำซึ่งไหลท่วมป่าทางทิศตะวันตกนั้นคือกองทัพพม่า
ส่วนจระเข้นั้นคือพระมหาอุปราชา การสงครามนี้ยิ่งใหญ่ ถึงขนาดต้องกระทำยุทธหัตถี
การลุยกระแสน้ำนั้นหมายความว่าพระองค์จะทรงตะลุยไล่บุกเข้าไปในหมู่ข้าศึก จนข้าศึกแตกพ่าย
เมื่อพระองค์สดับฟังคำพยากรณ์ ก็มีความผ่องแผ้วเป็นสุขใจ และเสด็จมายังเกยช้างที่ประทับ ณ พลับพลาในค่ายหลวง ในระหว่างที่คอยพิชัยฤกษ์อยู่ พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระบรมสารีริกธาตุ ส่องแสงเรืองรอง มีขนาดเท่าผลส้มเกลี้ยง ลอยมาในท้องฟ้าทางทิศใต้ ลอยวนรอบกองทัพเป็นทักษิณาวรรต ๓ รอบ แล้วลอยเวียนฉวัดเฉวียนกลางฟ้า ผ่านไปทางทิศเหนือ
สมเด็จพระพี่น้อง ทรงกราบนมัสการด้วยความปลาบปลื้มปิติยินดียิ่ง ทรงพระช้างชื่อ ไชยานุภาพ ส่วนพระเอกาทศรถทรงช้าง พลายปราบไตรจักร โดยเสด็จนำหน้าขบวนสมเด็จพระนเรศวร
[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ] [4 ] [ 5 ] [ 6 ] [ 7 ] [ 8 ] [ 9 ] [ 10 ] [ 11 ] [ 12 ] [ 13 ] [ 14 ]