ลิลิตตะเลงพ่าย

ตอนที่ 1
เริ่มต้นบทกวี


ด้วยพระเดชานุภาพแห่กษัตริย์ไทยอันสะดวก และสง่าผ่าเผยเอาชนะเหล่าศัตรูผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย พระเกรียติยศเป็นที่โจษจันเลื่องลือเหมือนพลิกแผ่นฟ้า โลกสู้ไม่ได้ จึงเลื่องลือถึงชัยชนะอันสำเร็จด้วยพระปรีชาสามารถ ต่างหวั่นกรงในพระเกรียติยศ ต่างท้อใจจนไม่กล้าคิดฮึกเหิม จิตใจคิดแพ้จนไม่คิดจะกล้าสู้อีก ไม่กล้าแม้แต่ปรากฏตัวออกรบ ไม่กล้าสู้หน้าและสำแดงฤทธิ์อำนาจ พระเจ้าแผ่นดิน ทุกหนทุกแห่งกษัตริย์ ทุเขตทุกแคว้นน้อมมงกุฎ ( หมายถึงศีรษะ ) มานนบนอบ นำบ้านเมืองมาน้อมถวาย เป็นเมืองขึ้นแด่กษัตริย์ไทยผู้มีดอกบัวสวยงานรองรับเท้า ผู้มีอานุภาพหาผู้ใดเสมอมิได้ ผู้ปราบข้าศึกจนเป็นที่เกรงกลัวศพถูกบั่นหัวเกลื่อนกลาดมากมายเต็มทุ่ง เต็มเนินพม่ามอญพ่ายแพ้หนีไป กรุงศรอยุธยางดงามน่าพึงพอใจมีความสุขบันเทิงใจเป็นพิเศษ สบายใจทั้งในพระราชฐาน เย้ฯใจทั้งในพระราชวังที่ประทับประกอบไปด้วย เครื่องสอยต่างๆ เจริญด้วยทรัพย์อันอุดมสมบูรณ์ ทำแผ่นดิน ให้พ้นความลำบากทำบ้านเมืองให้ล้มเย็นเป็นสุขทุกเขตแดนเพลิดเพลินใจ เหล่าทหารช้างทหารม้าเหล่าทหารปืนไฟ พระเกรียติยศกึกก้องทั่วฟ้าเป็นที่ลือเลื่องทั่วแผ่นดินและทั่วโลกต่างสดุดี
                เป็นบุญของพระเจ้าแผ่นดินสยามที่ศัตรูได้ยินพระกรียติยศเข้าก็เกรงกลัว ฤทธานุภาพ ( ของกษัตริย์ไทย ) นั้นเทียบเท่าฤทธิ์ของพระรามผู้ปราบทศกัณฐ์ ผู้ซึ่งสามารถรบข้าศึกให้พ่ายแพ้ได้ทุกเวลา
               
           ข้าศึกพินาศไปดุจกำลังพลแห่งเทพบุตรมาร กษัตริย์สยามเหมือนพระนารายณ์ลงมาเกิดเมื่อครั้งก่อน ข้าศึกนับแสนไม่กล้าสู้รบกับฤทธิ์ของพระองค์ ต่างตกใจในเดชานุภาพ ต้องหลีกลี้หนีไปทุกแห่งหนของโลก
                ครั้นเสวยราชสมบัติดุจสมบัตสวรรค์แล้ว ความยิ่งใหญ่ของพระองค์ร่มเย็นดังแสงจันทร์ซึ่งลอยเด่นบฟ้า ส่องความสุขอันสบายใจเป็นที่ชื่นบานแก่มนุษย์โลก ความทุกข์ผ่อนคลายไป กษัตริย์จากทุกแห่งต่างพร้อมใจสรรเสริญ

 

 

[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ] [4 ] [ 5 ] [ 6 ] [ 7 ] [ 8 ] [ 9 ] [ 10 ] [ 11 ] [ 12 ] [ 13 ] [ 14 ]