สัมผัส
        สัมผัส คือ คำที่มีเสียงคล้องจองกัน แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ
             ๑.    สัมผัสนอก - สัมผัสใน
             ๒.  สัมผัสสระ - สัมผัสอักษร
      ๑. สัมผัสนอก – สัมผัสใน    มีลักษณะ   ดังนี้

สัมผัสนอก

สัมผัสใน

๑. มีคำคล้องจองต่างวรรคหรือต่างบท

๒. เป็นลักษณะบังคับในคำประพันธทุกชนิด
๓. นิยมใช้  สัมผัสสระ
    ตัวอย่าง

                            
ปู่เลือกไก่ตัวงาม    ทรงทรามวัยทรามแรง

๑. คล้องจองภายในวรรคเดียวกัน
๒. มีเพื่อความไพเราะ
๓. นิยมใช้  สัมผัสอักษร
    ตัวอย่าง
    สร้อยแสงแดงพะพราย

    ๒. สัมผัสสระ – สัมผัสอักษร    มีลักษณะ  ดังนี้

สัมผัสสระ

สัมผัสอักษร

๑. เป็นพยางค์เปิดที่มีคำคล้องจองด้วยเสียงสระ
    เดียวกัน   เช่น  ไกลใจสัย      เขาเคล้า
๒. เป็นพยางค์ปิดที่มีเสียงสระ + ตัวสะกด
    มาตราเดียวกัน เช่น
    ขุยคุ้ย    แลงแฝง    พุธพุฒิบุตรครุฑ

๑. พยัญชนะต้นใช้อักษรชนิดเดียวกัน   เช่น
        ลางลิงลิงเล่นล้อ    ลางลิง
๒. พยัญชนะต้นใช้อักษรที่เสียงเหมือนกัน
      แต่รูปไม่เหมือนกัน   เช่น
        ศ  ษ  ส  / ร  ล  /  ค  ฆ  / ท  ธ
          ศึกษาสำเร็จรู้        ลีลา  กลอนแฮ
๓. สัมผัสอักษรสูง + อักษรต่ำ ที่มีเสียงคู่กัน เช่น
    ค  ฆ – ข  / ช  ฌ – ฉ  / ซ  ทร – ศ  ษ  ส
    ฑ  ฒ  ท  ธ – ฐ  ถ / พ  ภ – ผ / ฟ – ฝ / ห – ฮ
          คูนแคคางขิงข่าขึ้น        เคียงคาง
4. อักษรควบสัมผัสกันได้   เช่น
          สระสรงสาย
5. อักษรนำสัมผัสได้เฉพาะพวกเดียวกัน  เช่น
          อดอยากอยู่อย่างเสือ

กาพย์ เป็นคำประพันธ์ประเภทเดียวกับฉันท์ แต่ไม่บังคับครุ ลหุ กาพย์ที่นักเรียนจำเป็นต้องเรียนรู้มีอยู่หลายชนิด   เช่น   กาพย์ยานี ๑๑     กาพย์ฉบัง ๑๖     กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘   กาพย์เห่เรือ   กาพย์ห่อโคลง เป็นต้น

 

กาพย์ยานี ๑๑

        กาพย์ยานี๑๑ นิยมแต่งเป็นบทสวด บทเห่เรือ บทพากย์โขน บทสวดสรภัญญะ และนิยมแต่งเนื้อความเชิงพรรณนาชมสิ่งต่าง ๆ หรือแสดงความโศกเศร้า

ตัวอย่าง

      ฉันทลักษณ์
คณะ        ๑  บาท    =     ๑๑  คำ   
                     ๑  บาท     =   ๒  วรรค    วรรคหน้ามี  ๕  คำ     วรรคหลังมี  ๖  คำ
                    ๑  บท      =     ๒  บาท    บาทแรก เรียก  บาทเอก
                                                      บาทสอง เรียก  บาทโท               

คำท้ายวรรคห้าม คำตาย,  คำมีรูปวรรณยุกต์